ปวดหัวด้านหลังแก้อย่างไร? รวมวิธีบรรเทาอาการเบื้องต้นที่ทำได้เอง

อาการ ปวดหัวด้านหลัง หรือปวดบริเวณท้ายทอย เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย โดยเฉพาะความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ รวมถึงกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า และไหล่ที่ตึงจากการนั่งทำงานในท่าเดิมเป็นเวลานาน หากอาการไม่รุนแรงและไม่มีสัญญาณผิดปกติอื่นร่วมด้วย สามารถเริ่มดูแลตัวเองด้วยวิธีง่าย ๆ เพื่อช่วยบรรเทาอาการในเบื้องต้นได้

1. พักจากหน้าจอและปรับท่านั่ง
คนที่ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์หรือก้มดูโทรศัพท์เป็นเวลานาน อาจมีอาการตึงบริเวณคอและท้ายทอยจนเกิด ปวดหัวด้านหลัง ได้ ลองพักสายตา เปลี่ยนอิริยาบถเป็นระยะ และหลีกเลี่ยงการก้มคอค้างไว้นาน ๆ
ขณะทำงานควรจัดหน้าจอให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม นั่งหลังตรง และให้ไหล่อยู่ในท่าผ่อนคลาย เพื่อลดภาระของกล้ามเนื้อบริเวณคอและบ่า

2. ประคบอุ่นบริเวณคอและท้ายทอย
หากอาการปวดสัมพันธ์กับกล้ามเนื้อตึง การใช้ผ้าอุ่นหรือถุงประคบอุ่นบริเวณต้นคอ บ่า และท้ายทอย อาจช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายและลดความรู้สึกตึงได้
ควรใช้ความร้อนในระดับพอดี ไม่ร้อนจนเกินไป และหลีกเลี่ยงการประคบบริเวณผิวหนังที่มีบาดแผลหรือมีอาการผิดปกติ

3. ยืดกล้ามเนื้อคอและบ่าเบา ๆ
ลองขยับคออย่างช้า ๆ เอียงศีรษะไปทางซ้ายและขวา หรือยืดกล้ามเนื้อบริเวณบ่าโดยไม่ฝืนจนรู้สึกเจ็บ การเคลื่อนไหวเป็นระยะเหมาะกับคนที่ต้องนั่งโต๊ะทำงานนาน ๆ และอาจช่วยลดความตึงสะสมได้
หากขยับแล้วอาการรุนแรงขึ้น มีอาการชาหรือปวดร้าว ควรหยุดและเข้ารับการประเมินจากแพทย์

4. ดื่มน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอ
การดื่มน้ำน้อย อดอาหาร นอนน้อย หรือความเหนื่อยล้าล้วนเป็นปัจจัยที่อาจสัมพันธ์กับอาการปวดศีรษะได้ ลองสังเกตว่าในวันที่มีอาการ ร่างกายได้รับน้ำ อาหาร และการพักผ่อนเพียงพอหรือไม่
นอกจากนี้ ควรรักษาเวลานอนและตื่นให้สม่ำเสมอ เพราะการเปลี่ยนเวลานอนมากเกินไปอาจกระตุ้นอาการปวดศีรษะในบางคนได้เช่นกัน

5. ผ่อนคลายความเครียดระหว่างวัน
ความเครียดสามารถทำให้กล้ามเนื้อบริเวณศีรษะ คอ และบ่าเกร็งโดยไม่รู้ตัว ลองพักจากงานสั้น ๆ ฝึกหายใจช้า ๆ เดินเบา ๆ หรือทำกิจกรรมที่ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย อาจช่วยลดอาการปวดจากความตึงเครียดได้

ปวดหัวด้านหลังแบบไหนควรไปพบแพทย์?
แม้อาการปวดหัวด้านหลังหลายกรณีสามารถบรรเทาเบื้องต้นได้ แต่หากปวดรุนแรงอย่างฉับพลัน ปวดหลังได้รับอุบัติเหตุ หรือมีไข้สูง คอแข็ง แขนขาอ่อนแรงหรือชา พูดไม่ชัด สับสน หรือการมองเห็นผิดปกติ ควรรีบเข้ารับการรักษา
หากอาการเกิดขึ้นบ่อย เป็นต่อเนื่อง หรือเริ่มรบกวนชีวิตประจำวัน ก็ควรพบแพทย์เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริง เพราะการดูแลอาการปวดศีรษะให้ตรงจุดควรเริ่มจากการรู้ก่อนว่าอาการนั้นเกิดจากอะไร